Feb
2014

การใช้เทคโนโลยีที่เกินความจำเป็น sbobet

การใช้เทคโนโลยีที่เกินความจำเป็น sbobet

แม่และลูก

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

    หลังจากที่ยุดสมัยนี้ ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงของ sbobet เทคโนโลยีที่ เปลี่ยนแปลงไปมาก มีการใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมากขึ้นและ เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยครับ เป็นการ ทำให้เรานั้น อยู่ในขีดจำกัดมากเกินไป ติดเทคโนโลยีมาเกินไป โดนไม่จำเป็นหรือ สมควรเลย ดูอย่าง เด็กสมัยนี้สิครับ คนเป็นพ่อเป็นแม่นั้น รักลูกมาก ให้ลูกอยู่กับ เทคโนโลยีมากเกินไป เอาใจลูก ลูกอยากได้อะไรก็ซื้อให้ลูก ลูกอยากเล่นอะไรก็ตามใจลูก นั้นไม่เรื่องที่ดีเลยนะครับ เพราะ ต่อไปนั้น เราจะต้องตามใจไปจนเรื่อยๆ แล้ว ก็อาจจะทำให้เด็กนั้น เสียตนได้ ไม่ยอมเชื่อฟัง คลุกอยู่กับ เทคโนโลยีมากเกินไป จนเรานั้นไม่สำคัญแล้ว เรื่องนี้เรา ต้องควบคุม ให้อยู่ในระเบียบวินัยเพื่อที่จะได้ ดูแล ลูกน้อยของเรา ให้อยู่ในกรอบได้อ่าง ที่เราต้องการให้เป็นได้ เรื่องนี้สำคัญนะครับไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นนะครับ การเลี้ยงเด็กนั้นใช่เรื่องง่ายนะครับ ก่อนที่เราจะเลี้ยงนั้นเราต้องศึกษาดูแล และ เตรียมความพร้อมว่า พร้อมหรือยัง ก่อนที่จะตั้งไว้ว่าจะมีลูกนะครับ sbobet

                การเลี้ยงลูกนั้นเราต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของเงิน เรื่องของการ ศึกษาว่าจะต้องเลี้ยงดูแบบไหน นั้นคือเรื่องที่เราจะต้องนึกก่อน แล้ว เมื่อท้องแล้ว เราจะต้อง ดูแลยังไง บำรุงยังไง เพื่อที่จะเพียงพอ กับลูกของเราในท้อง และ แม่ของเด็ก  เป็นเรื่องที่ จ้องคิดไว้เลยนะครับ และการที่จะเลี้ยงให้เป็นคนดีได้ นั้น มันยาก เราไม่รู้จริงๆว่าจะต้องทำยังไง ให้เป็นคนดีอย่างที่เราต้องการ แต่เราต้อง ศึกษาจากคนที่เคยมีลูกว่า เราต้องเลี้ยงยังไง ดูแลยังไง ถึงจะได้ตามที่เราต้องการ ใช่ไหมละครับ แต่ยังไง เราก็ต้องรักและดูแลลูกของเราให้ดีสุดทางที่ดีต้องอย่าตามใจนะครับ การเลี้ยงเด็กนั้นไม่ยากจริงๆเลยนะครับ งั้นคนที่เรารักมากที่สุดก็น่าจะเป็น คุณพ่อคุณแม่ของเราให้มากๆๆนะครับ sbobet

Jan
2014

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

แม่และลูก

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

   แม่เราเผ้า โอ้ละ เห กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันแห ไปจนไกล  ความรักที่แม่มีจากลูก รักที่มากล้นจนเกินบรรยาย sbobet  ความรักที่มีมี เหนือสิ่งอื่นใด ความรักแม่มีให้นั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง ลองกับไปถามตัวคุณเองดูสิว่า เรารักแม่เราแค่ไหน เราทำไรเพื่อแม่เราหรือยัง เราดูแลแม่เราดีหรือยัง เราเป็นลูกที่ดีของแม่พอหรือไม่ แค่นั้นก็เพียงพอ สำหรับคำวามรักแม่แล้ว กล่าวเรานั้นจะโตขึ้นมาได้ นั้น เพื่อนๆลองคิดเล่นนะครับว่า ไม่เรานั้น ต้องเลี้ยงเราดูแลเรา มากี่ชั่วโมง กว่าเราจะโต และก่อนที่จะออกมาต้องตั้งท้องอีกกี่เดือนกว่าจะคลอด ต้องใช้เงินเท่าไรกว่าจะมีวันนี้เพื่อนๆลองคิดดู ไม่น้อยเลยนะครับ ขนาดโตแล้วมีงานทำแม่ยังดูแลเรา เลี้ยงเรา ช่วยเหลือเราอยู่เลย จริงไหมครับ แม่เรานั้นไม่เคยมองเราว่าโตเป็นผู้ใหญ่เลย ท่านจะมองเราว่าเรายังเด็กอยู่เสมอ ไม่เคยโตเลยในสายตาท่าน เป้นอย่างไรบ้างครับ ความรักที่แม่มีต่อเรานั้น สุดจะ บรรยายเลย ลองคิดดูนะเวลาเราไม่สบายใครครับที่ดูแลเรา ตื่นกลางดึกมาดู ลูกร้องไห้ ต้องกล่อมให้ลูกหลับ แต่แม่นั้น อดหลับอดนอนเท่าไร เราเคยคิดบ้างไหม เรามีทำความดี เรามาเป็นลูกที่ดีเพื่อตอบแทน บุญคุณท่านกันดีกว่าครับ sbobet

แม่และลูก

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

                หลังจากที่เราโต จนเรียนจบ จนมีงานการทำที่ดี นั้นเราต้องกลับมาเลี้ยงดูท่านแทน ดูแลท่านแทน  เหมือนที่ท่านนั้นทำกับเรา เมื่อตอนที่เรายังเด็กตามใจท่านได้ในสิ่งไหนก็ควรทำ อย่าทำให้ท่านลำบากใจหรือเสียใจ ถ้าเป็นลูกผู้ชายสิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นคือ เมื่ออายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ แล้ว ทดแทนท่านด้วยการ บวชเรียน นั้นจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก เพื่อนๆคนไหนทีอ่านข้อวามนี้แล้ว ยังไม่ได้ บวชเรียน หรือ ยังไม่ได้ทำความดีขอให้ บทความนี้ ช่วยทำให้ท่านนั้นตาสว่าง แล้วกลับไปทดแทนบุญคุณของท่าน ก่อนที่จะสายไป ก่อนที่ท่านจะเสียใจภายหลังนะครับ ขอบคุณครับ sbobet

 

แม่และลูก

Love นี้ เพื่อเธอ ความรักแม่สู่ลูก sbobet จากใจสู่ใจ

Dec
2013

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            แม่และลูก -  ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

แม่และลูก -  ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

           คุณพ่อคุณแม่หลายคนมีความกังวลเมื่อลูกของตัวเองยังคงฉี่รดที่นอนในเวลากลางคืนอยู่ แม้ว่าจะได้รับการฝึกนั่งกระโถนแล้วก็ตามนอกเหนือจากความยุ่งยากในการทำความสะอาดเครื่องนอนสำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว การฉี่รดที่นอนยังสร้างความอึดอัดใจให้กับเด็กและทำให้เขารู้สึกผิดอีกด้วย

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรจะมีความกังวลในเรื่องนี้มากจนเกินไป หรือต่อว่าลูกว่าทำตัวไม่เหมาะสม เพราะในความเป็นจริงแล้วการฉี่รดที่นอนนั้นเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งกับเด็กที่โตกว่านี้ด้วยซ้ำไป แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเด็กๆ จะถูกฝึกให้นั่งกระโถนตั้งแต่อายุ 2 – 3 ขวบ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้ยินว่า พ่อแม่บางคนยังคงเจอกับปัญหาการฉี่รดที่นอนของลูกที่มีอายุ 6 – 8 ขวบ

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            สิ่งสำคัญที่อยากให้พ่อแม่รับทราบไว้ก็คือ การฉี่รดที่นอนไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติ หรือเป็นการบ่งชี้พัฒนาการที่ลดลงแต่อย่างใด จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องการฉี่รดที่นอนนี้ส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าหากว่าทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต่างเคยมีปัญหานี้ในตอนที่ยังเป็นเด็กแล้ว ก็มีโอกาสถึง 75% ที่ปัญหาเดียวกันจะเกิดขึ้นกับเด็ก ในขณะที่หากปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับคุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่ง โอกาสที่ปัญหาการฉี่รดที่นอนจะเกิดกับลูกก็จะลดลงเหลือ 40%

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            ส่วนสาเหตุอื่นๆ ของปัญหานี้ก็มีอย่างเช่น เด็กบางคนมีขนาดของกระเพาะปัสสาวะที่ค่อนข้างเล็ก เด็กบางคนยังไม่สามารถบอกได้ว่าตอนไหนที่ตัวเองจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำแล้ว หรืออาจจะเกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเข้านอน ทั้งนี้ยังรวมไปถึงความผิดปกติในการนอนหลับ และเป็นไปได้ว่าการฉี่รดที่นอนอาจเกิดขึ้นจากความเครียดหรือปัญหาด้านจิตใจ แต่จะเป็นกรณีที่น้อยมาก

คำแนะนำในการแก้ปัญหา

            สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่จะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวลูก ว่าท้ายที่สุดแล้วลูกน้อยของคุณจะสามารถผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ด้วยดี เรามีคำแนะนำบางข้อที่เป็นประโยชน์ ดังนี้

            คุณพ่อคุณแม่ต้องอาศัยความอดทน อย่าทำโทษ ต่อว่าลูก หรือแสดงความกระวนกระวายใจในเรื่องนี้ รวมทั้งควรดูแลปกป้องลูกจากการถูกล้อเลียนและให้กำลังใจ พูดคุยว่านี่เป็นเรื่องปรกติ

            ทำบันทึกประจำวันเกี่ยวกับปริมาณน้ำหรือเครื่องดื่มต่างๆ ที่ลูกดื่มในแต่ละวัน ช่วงเวลาเว้นระยะในการขับถ่ายแต่ละครั้ง จำนวนครั้งของการฉี่รดที่นอน เวลาเข้านอน รวมทั้งอาการผิดปกติต่างๆ ในขณะนอนหลับ เช่น การกรน หรือฝันร้าย

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            ควรปูแผ่นพลาสติกบางๆ ไว้บนที่นอนก่อนที่จะปูผ้าปูที่นอนเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวที่นอน

            คอยสังเกตและระวังไม่ให้ลูกเข้านอนโดยที่ยังปวดฉี่ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกดื่มน้ำเยอะในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

            คุณพ่อคุณแม่ควรจะเตือนให้ลูกไม่ลืมที่จะเข้าห้องน้ำก่อนนอน และควรฝึกให้ลูกทำจนติดเป็นนิสัย

            อาจลองปลุกลูกหลังจากที่เขานอนไปแล้วสัก 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้เด็กเข้าห้องน้ำ และลดโอกาสการฉี่รดที่นอน

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

            หากว่าลูกของคุณอายุ 5 ขวบแล้วยังคงมีปัญหานี้อยู่ หลังจากลองทำทุกอย่างตามคำแนะนำดูแล้วเป็นเวลา 3 เดือน ควรนำปัญหานี้ไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ท้ายสุดนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมว่าการฉี่รดที่นอนนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กเล็กหลายคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ความรัก ความเข้าใจ และความอดทนของคุณพ่อคุณแม่บวกกับการตระเตรียมเล็กน้อยและความพยายามอีกหน่อย เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณก้าวข้ามปัญหานี้ได้ อย่างเช่นที่คุณพ่อคุณแม่เคยทำได้มาก่อนตอนเป็นเด็ก

แม่และลูก

แม่และลูก – ควรทำโทษลูกหรือไม่ เมื่อฉี่รดที่นอน ตอนอายุ 3 ขวบ

Note: กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบปัสสาวะทันทีในกรณีที่ลูกของคุณรู้สึกเจ็บแสบขณะถ่ายปัสสาวะ มีเลือดผสมออกมาในปัสสาวะ น้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติ หรือมีปัญหาปัสสาวะราดบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางวัน

ที่มาแม่และเด็ก : https://www.mommybear.net

Nov
2013

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

      1. โปรตีน คือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ โปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง ถ้าลูกได้รับโปรตีน ไม่เพียงพอ จะทำให้สมองมีขนาดเล็กกว่าปกติ

แหล่งโปรตีน : มีมากในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดและผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ปลา นม ไข่ ฯลฯ รวมถึงถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง เป็นต้น

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องทุกช่วงเดือน เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารหลักสำหรับร่างกายในการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ สร้างน้ำนม เพิ่มปริมาตรเลือด สร้างน้ำย่อย สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีนจึงจำเป็นต่อแม่ท้องและลูกน้อยตั้งแต่แรกปฎิสนธิจนถึงกำหนดคลอด

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            2. คาร์โบไฮเดรต อาหารประเภทแป้ง จะเปลี่ยนเป็นกลูโคสหรือน้ำตาลที่มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย และเป็นอาหารที่จำเป็นของสมองของลูก

แหล่งคาร์โบไฮเดรต : พบในข้าว ขนมปัง ธัญพืช พาสตา ผลไม้ น้ำตาล และน้ำผลไม้สด

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องไตรมาสที่ 1 เพราะหากแม่ท้องไตรมาสแรกมีอาการแพ้จากการตั้งครรภ์เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่กินง่าย ย่อยง่าย เสริมพลังให้แม่ท้องได้ง่ายๆ

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            3. ธาตุเหล็ก ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง นำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ถ้าแม่ขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรง และลูกได้รับเหล็กไม่เพียงพอ อาจทำให้เด็กมีสติปัญญาด้อยกว่าปกติ

แหล่งธาตุเหล็ก : มีมากในงา ตับสัตว์ เนื้อแดง ไข่แดง ผักสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม ฯลฯ

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะระบบประสาทและระบบโลหิตในทารกที่มีการพัฒนามาตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่สามจึงจะมีความสมบูรณ์ ขณะที่ร่างกายของแม่ท้องเริ่มสร้างและสะสมน้ำนม มีการเพิ่มปริมาตรเลือดในช่วงนี้ อาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอจะทำให้เม็ดเลือดแดงดี คุณภาพน้ำนมดี

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            4. ไอโอดีน มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูก การขาดไอโอดีนเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมและสติปัญญาด้อย

แหล่งไอโอดีน : เกลือเสริมไอโอดีน อาหารทะเล เช่น ปลาทะเล กุ้ง หอย ปลาหมึก สาหร่ายทะเล ฯลฯ

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะขณะตั้งครรภ์ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น ร่างกายจึงต้องการไอโอดีนเพิ่มขึ้น

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            5. โฟเลต ช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังให้เจ้าตัวเล็กในครรภ์

แหล่งโฟเลต : พบมากในตับสัตว์ บร็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม และแคนตาลูป

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องทุกไตรมาส เพราะโฟเลตเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างสารพันธุกรรม และทำให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะไตรมาสแรกซึ่งมีการสร้างเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก หากแม่ท้องได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในไตรมาสที่สองและสาม ทารกจะมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการของสมองและประสาทไขสันหลัง อาจทำให้ทารกพิการทางสมองและประสาท ที่เรียกว่า neural tube defect

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            6. โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายของเราสร้างเองไม่ได้ ช่วยบำรุงเซลล์สมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำ และสายตา

แหล่งโอเมก้า 3 : พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาโอ ปลาทู ปลาแซลมอน สาหร่ายทะเล ฯลฯ

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะช่วงเดือนที่สอง ส่วนหัวของทารกพัฒนามากกว่าส่วนอื่น จำเป็นต้องได้รับโอเมกา3 เพื่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและรอยหยักในสมอง โอเมกา3 ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ไวต่อการรับสัญญาณประสาท ในเนื้อปลาทะเลมีกรดอมิโน Thyrosine ซึ่งกระตุ้นสารสื่อนำประสาทสำคัญในสมองคือ Nerephinephrineและ Dopamine ทำให้สมองไวและมีสมาธิ มีความจำ เมื่อทารกคลอดสมองส่วนนี้จะเจริญต่อเนื่องจนเด็กอายุ 2 ขวบจึงเจริญเต็มที่

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            7. วิตามินบี 2 ช่วยในการเจริญเติบโตและการพัฒนาสมองลูก ถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก

แหล่งวิตามินบี 2 : มีมากในนม ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ และโยเกิร์ต

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี2 เป็นโคเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ผิวหนังไม่แห้งเป็นขุยๆ ช่วยให้เม็ดเลือดแดงคงสภาพ รักษาสุขภาพของระบบประสาท

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            8. วิตามินบี 6 ช่วยในการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองและระบบประสาท

แหล่งวิตามินบี 6 : พบมากในเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง และกล้วย

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี6 ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตร่วมกับวิตามินบี1แถมยังช่วยในการเผาผลาญโปรตีนและไขมันร่วมกับวิตามินบี 2 และบี 12

ในช่วงไตรมาสแรกวิตามินบี 6 ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการคลื่นไส้ ถ้าเด็กขาดวิตามินบี 6 จะทำให้ชักได้ค่ะ

แม่และลูก

แม่และลูก – 9 สารอาหารที่แม่ตั้งท้องนั้นต้องกิน

            9. วิตามินบี 12 ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และช่วยให้การทำงานของสมองและประสาทให้เป็นปกติ

แหล่งวิตามินบี 12 : พบมากในอาหารประเภท ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ นม และหอยนางรม

เหมาะสำหรับ : แม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติ ไม่ขาดธาตุเหล็ก ช่วยให้การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปตามปกติ เซลล์สมองได้เลือดหล่อเลี้ยง ได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ

ที่มาของแม่และลูก : www.thaibabyguide.net

Aug
2013

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

           แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

แม่และลูก

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

สิ่งที่สำคัญที่สุดตั้งแต่เริ่มต้นของคุณแม่คือการให้นมลูกเลี้ยงโดยใส่ใจให้ความสำคัญของเขามากที่สุด และต้องเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ คุณแม่ต้องเชื่อมั่น อดทน และตั้งใจ  ที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นมของคุณแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและ สมองของลูกๆ เราต้องให้ความสำคัญนี้มาเป็นอันดับแรก ให้นมของคุณแม่เองให้ได้มากที่สุด นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ ซึ่งพอสรุปได้ตามขั้นตอนดังนี้ 

แม่และลูก

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

เรียนรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 
            สิ่งที่คุณแม่ควรรู้  คือ ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีต่อแม่และลูก  การกินอาหารที่เพิ่มน้ำนมของคุณแม่ การอุ้มลูกดูดนม การให้นมลูกโดยไม่จำกัดเวลา  ถ้าคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกใน 6 เดือนแรกนั้น จะเกิดปัญหาหรืออะไรตามมาเมื่อให้นมผสมหรือนมผง  และเมื่อมีปัญหาจะขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาใครได้ที่ใด เป็นต้น  ถ้าคุณแม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ครบถ้วนสมบูรณ์  จะช่วยให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และประสบความสำเร็จ  เราอาจจะถามพูดคุยหรือ ปรึกษาปัญหาร่วมถึงการเลี้ยงดูได้จากคุณแม่ที่มีประสบการณ์ก็ได้ ควรอ่านหนังสือ การค้นหาทางอินเตอร์เน็ตหารือการเข้าฟังบรรยาย/อบรมที่จัดขึ้นโดยโรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

แม่และลูก

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

ปรึกษาสามีและครอบครัว
            การปรึกษาสามีและครอบครัวเอให้รับรู้ถึงความตั้งใจของคุณแม่ที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้แก่คุณแม่  และการให้เลี้ยงลูกเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณย่า คุณยาย  ควรอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าวิธีการเลี้ยงลูกในสมัยของท่านกับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร 

แม่และลูก

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

เลือกโรงพยาบาล สูติแพทย์ และกุมารแพทย์  ที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
            การเลือกโรงพยาบาล สูติแพทย์และกุมารแพทย์ที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่จะช่วยให้การเริ่มต้นให้นมแม่เป็นไปด้วยดี  ฉะนั้นคุณแม่ควรหาข้อมูลว่ารงพยาบาลที่จะไปคลอดนั้นมีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างไร  โดยทั่วไปวิธีการช่วยเหลือและสนับสนุนในเรื่องการคลอดและการดูแลหลังคลอด  เช่น การขอให้ส่งลูกน้อยมาดูดนมแม่เร็วที่สุดหลังคลอด  และขอให้ลูกน้อยได้อยู่กับแม่ตลอดเวลาภายหลังคลอด  เพื่อจะได้ให้นมแม่ได้สะดวกตามความต้องการของลูก  และแม่-ลูกจะได้อยู่ใกล้ชิดกัน  รวมถึงคุณแม่จะได้เรียนรุ้วิธีที่จะดูแลลูกน้อยอย่างถูกต้อง

แม่และลูก

แม่และลูก – เลี้ยงลูกด้วยนมคุณแม่

ที่มา : http://www.thaibabyguide.net